เจ็บล้วนๆ มาดพยัคฆ์ ยื่นอุทธรณ์ สวนกลับเมียเก่า

เจ็บล้วนๆ มาดพยัคฆ์ ยื่นอุทธรณ์ สวนกลับเมียเก่า

สามารถ กับ น้องหญิง(ภรรยาเก่า)

“มาดพยัคฆ์” สามารถ พยัคฆ์อรุณ ตำนานยอดมวยไทย และศิลปินชื่อก้องยุค 35 ปีก่อน กล้ำกลืนฝืนความ”เจ็บล้วนๆ” ขอลุยยกที่ 6 ในเรื่องความรัก อีกระลอก เมื่อต้องเปิดศึก ขึ้นศาล ยื่่นอุทธรณ์ หลังมีคดีกับ ภรรยาเก่า เรื่องแบ่งมรดกทรัพย์สินจากสินสมรส


สามารถ ทิพย์ท่าไม้ (ภพธีรธรรม) หรือ “สามารถ พยัคฆ์อรุณ” ยอดมวยผู้มากพรสวรรค์ ทั้งในเชิงต่อสู้ รวมทั้งผลงานบันเทิงจากเพลงล่าสุด “เมียพี่ไม่รู้” กลับมาเป็นข่าวให้สนใจกันอีกครั้ง จากกรณี รักร้าวยากคืนเรือน หลังจาก “น้องหญิง” นส.สมหญิง จุมพิมาย หรือ วลัยทิพ ภพธีรธรรม ฝ่ายโจทก์ ในฐานะอดีตภรรยา ยื่นฟ้องศาล กรณี ทั้งคู่ตัดสินใจแยกทางกัน และมีการฟ้องร้องต่อศาลชั้นต้น เพื่อเรียกร้องทรัพย์สิน แบ่งสินสมรส มาตั้งแต่ ก.ย.60 เดิมที สามารถ และ น้องหญิง แต่งงานกันโดย ปลูกบ้านขึ้นสองหลังคู่กัน ย่านซอยสายไหม กทม. พร้อมสร้างค่ายมวยขึ้นในเนื้อที่ดังกล่าว ให้ชื่อว่า ค่ายภพธีรธรรม ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมา

เมื่อครั้งทั้งคู่ยังอยู่ด้วยกัน

จนเมื่อ 29 ต.ค.63 ศาลชั้นต้น (ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง สาขามีนบุรี) พิพากษาให้ ตน และ น้องหญิง(ภรรยาเก่า) ร่วมกันแบ่งที่ดินในส่วนของค่ายมวย (ภพธีรธรรมเดิม) เนื้อที่ 1 ไร่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวคนละกึ่งหนึ่ง หากไม่สามารถแบ่งได้ ให้ประมูลขายกัน หรือตกลงไม่ได้ ให้ขายทอดตลาด แล้วนำเงินมาแบ่งกันคนละกึ่งหนึ่ง ส่วนเรื่องบ้านสองหลังซึ่งปลูกคู่กัน ในเนื้อที่ ค่ายมวยย่านซอยสายไหม ให้แบ่งกันคนละหลัง และสำหรับ ที่ดินที่ จ.ขอนแก่น ที่ โจทก์(หญิง) ซื้อมาระหว่างสมรส โอนใส่ชื่อมารดาของตัวนั้น ให้โอนให้สามารถร้อยละ 15 ของที่ดิน (15%) คืนแก่สามารถ หรือ ให้เป็นเงิน 204,000 บาท (อย่างใดอย่างหนึ่ง)

ล่าสุดจากการเปิดเผยของ สามารถ แจ้งว่า ตนได้มอบหมายให้ทนาย ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลมีนบุรี เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 64 ที่ผ่านมา พร้อมยินดีเปิดอกต่อสื่อมวลชน ถึงกรณีต้องตกในฐานะจำเลย “จริงๆแล้วหลังเกิดเรื่องขึ้นศาล มีสื่อมวลชนสอบถามมาเป็นจำนวนมาก และผมคิดว่าควรจะรอให้กระบวนการยุติธรรมสิ้นสุด จึงจะออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมของผมบ้าง เพราะที่ผ่านมาสังคมรับรู้แต่เพียงเรื่องของ(น้องหญิง)เขาฝ่ายเดียว ซึ่งมันจะกระทบกับคนรอบข้างเยอะ ทุกวันนี้ผมยังมีครอบครัว มีเพื่อนมีลูกศิษย์ฝึกสอนมวย มีสินค้าที่ผมรับเป็นพรีเซนเตอร์ให้ สำหรับตัวผมเองไม่ค่อยสนใจข่าวต่างๆเท่าไหร่ แต่พอทราบว่าข่าวที่ออกมาทำให้สังคมมองผมในแง่ไม่ดีเยอะมาก ทั้งที่ความจริงยังมีอีกหลายเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ ถึงผมจะผ่านปัญหาแบบนี้มาเยอะแล้ว แต่ผมเป็นห่วงความรู้สึกของคนรอบข้างมากกว่า จึงคิดอยากจะออกมาชี้แจงความจริงในมุมของผมบ้าง ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างกระจ่างโดยไม่ต้องคาดเดากันไปต่างๆนาๆ ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิดแพร่ระบาดขณะนี้ ก็คงไม่เหมาะที่จะเชิญสื่อมวลชนมารับฟังข้อชี้แจง และผมเองไม่ปราถนาจะเป็นข่าวใหญ่โต จึงขอวอนผ่านสื่อด้วยการนำเอกสารชี้แจงเหล่านี้มาเผยแพร่แทน”

โดนฟ้องอะไรบ้าง???
ผมโดนเขาฟ้อง 2 คดี และผมฟ้องเขา 1 คดี
1.เรื่องแรก คือเขาฟ้องผมให้แบ่งสินสมรส แต่เขาขอแบ่งที่ดิน 2 ไร่ ที่ผมใช้เงินส่วนตัวผมซื้อมาเองด้วย เขา อ้างว่าได้ร่วมซื้อที่ดินมากับผม

  1. เรื่องที่สอง หลังจากเขาฟ้องผมเรื่องแรกแล้ว พ่อแม่เขาก็ฟ้องผมเข้ามาในคดีเรื่องเดียวกับเขา โดยฟ้อง ว่าที่ดิน2 ไร่ที่ผมซื้อมาเป็นสินสอดที่ผมยกให้พ่อแม่เขา ที่ดินจึงเป็นของพ่อแม่เขา ผมก็เลยต้องต่อสู้คดีเรื่อง ที่ดินทั้งกับเขาและพ่อแม่เขาด้วย
  2. เรื่องที่ผมฟ้องเขาเรื่องที่ดินที่ขอนแก่น เพราะว่าที่ดินแปลงนี้ผมให้เขาไปซื้อร่วมกับนักมวยในค่าย ตอนที่ ยังอยู่กินกับเขา แต่ซื้อแค่ส่วนหนึ่งไม่ใช่ทั้งแปลงประมาณ 30 % แต่มันก็ต้องเป็นสินสมรส แต่ทำไมเขาไม่นำ มาแบ่งให้ผมด้วย ผมมาทราบทีหลังว่า ที่ดินที่ขอนแก่นไปเป็นชื่อแม่ของเขาแล้ว ผมจึงฟ้องให้เขาและแม่เขา ให้โอนที่ดินกลับมาเป็นสินสมรสแล้วเอามาแบ่งกันคนละครึ่ง
    👉 ทำไมถึงไม่แบ่งสินสมรส???
    ที่บอกว่าผมไม่ยอมแบ่งสินสมรส ไม่เป็นความจริงครับ สินสมรสยังไงก็ต้องแบ่งกัน แต่สิ่งที่เขาขอแบ่ง มันมี ที่ดินส่วนตัวที่ผมเอาเงินผมไปซื้อไว้ก่อนจะอยู่กินกับเขาและก่อนจดทะเบียนสมรสกันรวมอยู่ด้วย ซึ่งผมไม่ยอมให้แบ่งที่ดินเขาก็ไม่ยอม ทำให้ตกลงกันไม่ได้ เลยต้องขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรม 👉 ทำไมเขาถึงฟ้องว่าที่ดินเป็นของเขาด้วย???
    เขาฟ้องผมว่า “เขาอยู่กินกับผมเป็นสามีภรรยากันตั้งแต่ปี46 แล้วเขาก็ได้ร่วมซื้อที่ดินแปลงนี้มาด้วยกันกับผม เขาจึงมีกรรมสิทธิ์ครึ่งหนึ่ง ซึ่งความเป็นจริง ผมกับเขามาอยู่กินด้วยกันเป็นสามีภรรยา น่าจะช่วงกลางๆ หรือปลายปี 50 หลังจากผมซื้อที่ดินและปลูกบ้านเสร็จแล้ว
    และช่วงปี46 ถึงช่วงกลางหรือปลายปี 50 ผมยังอยู่กินกับแม่ของลูกที่บ้านลาดพร้าวอยู่เลย แล้วพอแม่ของลูก ผมเขาออกจากบ้านไป ผมก็อยู่กับลูกๆหลานๆ พร้อมกับน้องชายและน้องสะใภ้ ผมให้น้องสะใภ้เป็นแม่บ้าน ดูแลเด็กๆดูแลบ้านให้ผม ตอนนั้นผมยังต้องนอนห้องเดียวกับลูกเลย เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมาอยู่ กินกับผมที่บ้านลาดพร้าว ก่อนปี 50
    พอช่วงปี49 ผมขายที่ดินที่ระยอง 10ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินที่ผมซื้อตั้งแต่ยังชกมวยไทยอยู่ และผมติดประกาศขายไว้ หลายปีแล้วตั้งแต่ยังอยู่กินกับแม่ของลูกผม เพราะกะว่าจะขายเอามา ทำค่ายมวยแถวๆลาดพร้าว ผมขายที่แปลงนี้ได้เงินมาก้อนหนึ่ง ผมให้เขาเป็นคนเอาเงินไปเข้าบัญชีให้ เป็นคนดูแลเงินให้ผม เรียนให้ทราบความจริงบางอย่าง ผมเป็นคนที่ทำงานมีรายได้ตั้งแต่ 10 ขวบ พอมีเงินพวกผู้ใหญ่ก็จะคอยเก็บเงิน ดูแลเงินให้ผม ตั้งแต่เด็กจนโต จนผมเคยชินในการฝากเงินไว้กับคนอื่นที่ผมไว้ใจ ผมจะใช้เงินผมก็ไปขอไปเบิกเอา
    👉 ทำไมถึงยอมโอนยอมใส่ชื่อเขาในโฉนดที่ดินของเราตั้งหลายครั้ง???

คือช่วงแรกก่อนที่จะอยู่กินด้วยกันและจดทะเบียนสมรสกันผมรักและไว้ใจเขามาก เขาบอกกับผมว่าเขาก็รักผม ที่เขาทำทุกอย่างนี่ก็เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผมกับลูกๆผมทั้งนั้น เขาเป็นคนพูดจาดี เข้าวัดเข้าวา ถือศีล ผมเชื่อจริงๆว่าเขาทำเพราะรักษาผลประโยชน์ให้ผม ตอนนั้นที่ผมยอมให้ใส่ชื่อเขาในที่ดินด้วยเพราะ ผมคิดแค่ว่าเขาคงอยากมีชื่อในทรัพย์สินเพื่อไปอวดเพื่อนๆหรือคนในครอบครัวเขาบ้าง และผมก็อยากให้ เขาเชื่อใจผมว่าผมรักเขาจริง ตอนนั้นเขาก็รู้นะว่าผมเป็นคนออกเงินซื้อที่ดินเองทั้งหมด เงินทุกบาททุก สตางค์ที่ผมหามาได้ ผมก็ให้เขาเป็นคนเก็บ เป็นคนเอาเงินไปเข้าธนาคารให้ผม เป็นคนเอาเงินไปจ่ายค่าใช้ จ่ายต่างๆ ผมมีหน้าที่หาเงินอย่างเดียว ผมจะใช้เงินผมก็ขอเขา เอกสารต่างๆ เขาก็เป็นคนเก็บ เอกสารการกู้ เงินทั้ง 3 ฉบับผมก็ไม่รู้อยู่ที่ไหน ต้องไปถามธนาคารเอา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงินที่จ่ายทุกงวดๆ ผมก็ไม่เคย ได้รับจากธนาคาร จนถึงเวลาผมต้องรวบรวมเอกสาร ยื่นเป็นหลักฐานการจ่ายเงินต่อศาล ผมเพิ่งมารู้ว่า เขา ได้ใส่ที่อยู่สำหรับส่งเอกสารไปที่ไหนก็ไม่รู้ ผมไม่รู้จักสักที่ หนี้เงินกู้ทั้ง 3 ฉบับ มีที่อยู่แต่ละที่แตกต่างกันทั้ง 3 ฉบับ และใส่ที่อยู่เหล่านี้ไปบนเอกสารตั้งแต่ เริ่มกู้ตั้งแต่แรก ผมงงมาก ไม่รู้ว่าเขาทำแบบนั้นทำไม

👉 ทำไมพ่อแม่เขาถึงฟ้องว่าที่ดินเป็นสินสอด???
อันนี้ผมงงมาก ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม หลังจากที่เขาฟ้องผมได้เกือบหนึ่งปี กำลังจะขึ้นศาลวันรุ่งขึ้น พ่อ แม่เขาก็ยื่นฟ้องเข้ามา พ่อแม่เขาอ้างว่าที่ดิน 2 ไร่ที่ผมซื้อตอนปี49 เป็นของพวกเขา ผมได้ยกที่ดินให้พ่อแม่ เขาเป็นสินสอด แล้วพ่อแม่เขาก็ยกให้ลูกกลับมาเพื่อเป็นทุนสร้างครอบครัว งงไหมครับ ทั้งๆที่ลูกสาวฟ้องผม ว่า เขาร่วมซื้อที่ดินกับผมมาตอนยังไม่จดทะเบียนสมรส แล้วอ้างว่าที่ดินเป็นเป็นกรรมสิทธิ์รวม แต่พ่อแม่เขา ฟ้องว่าที่ดินนั้นผมยกให้เป็นสินสอดแล้ว พ่อแม่เขาเป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งตัวเขาเองฟ้องอย่างหนึ่ง แต่พ่อแม่เขา ก็ฟ้องอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งขัดแย้งกันเองแต่เขาก็ไม่คัดค้านกันเองนะครับ มีแต่ผมต้องสู้คดีว่าที่ดินอันนี้เป็นของๆ ผม มันไม่เป็นทั้งกรรมสิทธิ์รวมและไม่เป็นทั้งสินสอด เหนื่อยครับแต่ก็ต้องสู้
👉 ทำไมผมถึงฟ้องเขาเรื่องที่ดินที่ขอนแก่น???
ก็เพราะเขาฟ้องผมเพื่อขอแบ่งสินสมรส แต่เขากลับไม่เอาสินสมรสทั้งหมดมาแบ่งกัน โดยเฉพาะที่ดินที่ ขอนแก่นถามว่าทำไมเขาไม่เอามาแบ่งด้วย เขาคัดค้านมาว่าเป็นของเพื่อนเขาที่ร่วมกันซื้อมากับนักมวยใน ค่าย ไม่ใช่สินสมรส ผมก็งง ว่ามันไม่ใช่สินสมรสได้ยังไง เพราะที่ดินแปลงนี้ผมเป็นคนให้เขาเอาเงินแชร์ที่ ผมเล่นกับเพื่อนๆ ไปร่วมซื้อกับนักมวยที่ค่าย
ที่ต้องไปร่วมซื้อที่ดินแปลงนี้เพราะนักมวยในค่ายเขาอยากได้ที่ดินแปลงนี้แต่เงินไม่พอที่จะซื้อทั้งแปลง ผม เลยช่วยซื้อเพื่อที่นักมวยคนนั้น เขาจะได้มีทรัพย์สินติดตัว ก็ให้ใส่ชื่อเขากับนักมวยในโฉนด เพราะผมไม่ได้ ไปด้วย แต่ตอนหลังนักมวยในค่ายจะขายที่ เขาก็มาบอกผมว่าเพื่อนเขาที่อยู่ต่างประเทศจะซื้อ ผมก็คิดว่า เพื่อนเขาคงจะซื้อในส่วนของนักมวยไปก็ไม่ได้คิดอะไร พอตอนเขามาฟ้องผมเพื่อขอแบ่งสินสมรส ผมก็ไม่เห็นว่ามีที่ดินตัวนี้อยู่ด้วยก็ให้ทนายไปสืบถึงรู้ว่า เขาโอนที่ดินไปให้แม่เขาแล้ว ก่อนที่เขาจะฟ้องผม ผมก็ให้ ทนายยื่นคัดค้านไป เพราะมันมีส่วนของผมด้วย และให้ทนายฟ้องเอาที่ดินคืนมาจากแม่ของเขาเฉพาะส่วน ของเราที่มีอยู่ 30 % นะไม่ใช่ฟ้องเอาคืนมาทั้งแปลง

👉 ไม่ยอมเคลียร์หนี้สินจริงไหม???
สำหรับความคิดผม สินสมรสก็คือสิ่งก่อสร้างที่อยู่บนที่ดินและหนี้สินที่ร่วมกู้กันมาสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ แล้วตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา ก็มีแต่กู้ๆๆ แล้วผมก็ต้องทำงานหาเงินจ่ายดอกเบี้ยธนาคารมาตลอด ในเมื่อจะแบ่ง มันก็ต้องแบ่งทั้งทรัพย์สินและหนี้สิน ในเมื่อตกลงกันไม่ได้และสิ่งที่เขาและพ่อแม่เขาฟ้องมามันไม่ถูกต้อง ก็ต้องให้ศาลตัดสินและรอกระบวนการยุติธรรมสิ้นสุด และที่ผ่านมาผมก็จ่ายค่างวดมาตลอด เขาจะช่วยหรือ ไม่ช่วยจ่าย ผมไม่เคยไปทวงเพราะสุดท้ายถ้าไม่จ่ายธนาคารก็ต้องมาทวงผมและผมก็ต้องจ่ายอยู่ดี ทุกวันนี้
ผมก็ผ่อนอยู่คนเดียว มีไม่มีผมก็ต้องดิ้นรนหามาจ่ายจนได้ ดีที่ลูกสาวผมที่อยู่ต่างประเทศเขาช่วย เวลาผม ไม่มี ไปถามธนาคารได้เลย ผมไม่เคยค้างค่างวดสักเดือนเดียว

👉 ไม่ยอมแบ่งส่วนแบ่งค่ายมวย???
ผมพูดถึงกิจการค่ายมวยนะครับ ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง ค่ายมวยภพธีรธรรมเกิดขึ้นมีขึ้น ก็เพราะคำว่า สามารถ พยัคฆ์อรุณ และ สามารถ พยัคฆ์อรุณ ไม่ได้มีชื่อเสียงด้วยการโพสต์เฟสบุ๊คสองสามปี ผมต้องใช้เวลาในการ ฝึกซ้อม ทนเหนื่อยทนเจ็บบนเวทีมากี่สิบปีกว่าจะมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับจากคนทั่วไป ลูกค้าที่มาเรียนต่างก็ มาเพราะเชื่อมั่นในตัวผม แล้วไปถามค่ายมวยต่างๆได้เลย ไม่เคยมีใครรวยเพราะเปิดค่ายมวย แต่ที่ผมยัง เปิดอยู่ก็เพราะเป็นสิ่งผมรัก และยังมีอีกกี่ชีวิตที่เขาฝากชีวิตไว้กับผม แล้วค่ายมวยนี้มันก็สร้างบนที่ดินส่วนตัวของผม ที่ดินที่ผมได้เงินมาจากความเจ็บปวดบนเวทีมาตั้งแต่เด็กมาซื้อ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาจะแบ่งได้คือ สิ่งก่อสร้างบนที่ดินเท่านั้น ซึ่งก็ต้องรอกระบวนการยุติธรรมสิ้นสุด

👉 ตอนนี้กระบวนการยุติธรรมไปถึงขั้นไหน???
จากการอ่านคำตัดสินของศาลชั้นต้น หลังจากผ่านกระบวนการสืบพยาน ศาลก็ตัดสินให้ที่ 2 ไร่ ที่ผมซื้อตั้งแต่แรก เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของผม ไม่ใช่สินสมรสหรือสินสอด แต่มันมีปัญหาตรงที่เขามีชื่อในโฉนดตอนแรกที่ผมให้เจ้าหน้าที่ที่ดินจดชื่อเขาลงไปในที่ดินด้วยตั้งแต่แรกและมีการมาแบ่งแยกที่ดินและใส่ชื่อเขาไว้อีก ทีหลัง ก็ยังมีปัญหาว่าที่ดินบางส่วนเขามีกรรมสิทธิ์และเป็นเจ้าของร่วมกับผมหรือไม่ ซึ่งผมก็ได้ให้ทนายยื่น อุทธรณ์ในประเด็นนี้ต่อไปครับ เพราะผมก็มีหลักฐานว่าได้บอกล้างการให้เขาถือแทนที่ดินส่วนตัวของผมไป แล้วตั้งแต่ต้น ส่วนคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่ผมไม่เห็นด้วย ผมก็ใช้สิทธิตามกฎหมายที่จะยื่นอุทธรณ์ขอ ความเป็นธรรมต่อไปครับ แต่ในชั้นอุทธรณ์ผมจะขอใช้สิทธิเรียกร้องที่ดินของผมคืนเท่านั้น ส่วนทรัพย์สินอื่น เมื่อศาลรับฟังและให้นำมาแบ่งปันกันแล้ว ผมก็ไม่ติดใจผมติดใจแค่อยากเรียกร้องของๆผม ซึ่งเป็นที่ดินคืน เท่านั้น เพราะที่ดินมันเป็นของๆผม ผมจะเอาไว้ให้ลูกผมทั้งสามคน เขาไม่มีสิทธิ์

👉 ในรายการเจาะประเด็น เขาบอกว่าคุณมีแต่ตัวตอนที่ไปคบกับเขา จริงไหม???
ก็ลองคิดถึงความเป็นจริงกันก็แล้วกัน ผมมีทรัพย์สินแต่ไม่ได้มากมายอะไร ผมมีงานทำ ผมมีหลักฐานที่มาที่ ไปทางการเงิน ผมทำงานหาเงินใช้เองตั้งแต่เด็ก ในชีวิตไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงินทองกับใคร มีแต่ช่วยเหลือ คนรอบข้างหรือเพื่อนฝูงมาตลอด กับตัวเขาผมก็ยังเคยช่วยไปจ่ายหนี้ให้ที่เขายืมมาจ่ายค่าเทอมสามแสน แล้วมาบอกว่าผมมีแต่ตัวเนี่ยนะ ผมไม่เคยไปคดโกงใคร ถึงผมจะจบแค่ประถมสี่ แต่ไม่เคยคิดที่จะไปเอา ของๆใครมาเป็นของตัวเองแน่นอน ทรัพย์สินทุกอย่างผมได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองทั้งนั้น

น้องหญิง กับทนายส่วนตัว

👉 มีอะไรอยากบอกกับสังคมไหม???
ที่ผ่านมาผมไม่เคยหลบหน้า ผมก็อยู่ของผมตรงนี้ตลอด เพียงแต่ผมไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะถ้าพูดขึ้นมา มันก็ทำให้ผมโมโหอารมณ์ขึ้น กลัวจะเอาไม่อยู่ เพราะมันยังมีเรื่องที่ผมคาดไม่ถึงอยู่อีกหลายเรื่อง ถ้าผมพูดไปเขาจะเสียหายอีก ผมถึงเงียบดีกว่า สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณสื่อมวลชนและทุกท่านที่ติดตาม ขอบคุณมากๆครับ

สำหรับ สามารถ พยัคฆ์อรุณ อดีตแชมเปี้ยนมวยไทย เวทีลุมพินี 4 พิกัดรุ่น และ อดีตแชมป์โลก WBC (สภามวยโลก) รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวต 122 ปอนด์ ก่อนผันตัวเข้าสู่วงการบันเทิง มีงานเพลง อัลบัมของตัวเอง เริ่มจากชุด “ร็อกเหน่อๆ” โด่งดังจากเพลง “อ่อนซ้อม” และต่อมาตั้งแต่ น้ำพริกปลาทู ,ยก 6 จนถึง เมียพี่ไม่รู้ ฯลฯ
นอกจากนั้นยังมีงานแสดงภาพยนตร์มากมาย แถมสร้างประวัติการณ์แปลกๆ คว้ารางวัล “ตุ๊กตาเงิน” จากเรื่อง”นักเลง” ปี 2532 และ คว้า “ตุ๊กตาทอง” จากหนังเรื่อง “ขยี้” ปี 2534 (ชนิดที่ยังไม่เคยฉายให้ใครดูจนถึงปัจจุบัน) รวมทั้ง ภาพยนตร์แสดงนำในเรื่อง “มาดพยัคฆ์” ชีวิตจริงของตัวเองบนเส้นทางนักมวย ฉายเปิดตัวใน เทศกาลภาพยนตร์อาเซียน (ที่ กรุงเทพ ปี 2015) ซึ่งเกือบจะได้ไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์ ฝรั่งเศส แต่เกิดอุปสรรคในปีนั้นจึงชวดโชว์ผลงานไปอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ตาม สามารถ มีผลงานภาพยนตร์-ละครมากมายกว่า 200 เรื่อง ถือว่าโด่งดังมากในช่วงประมาณ 30-35 ปีที่ผ่านมา

สามารถ กับน้องมอส ภรรยาคนปัจจุบัน

ปัจจุบันนอกจากเปิดค่ายสอนมวยไทยแล้ว “ครูมาดๆ” ยังคงรับงานแสดงบนเส้นทางบันเทิง ได้แต่งงานกับ “น้องหญิง” เป็นภรรยาคนที่สอง หลังจากหย่าร้างกับภรรยาคนแรก(ซึ่งมีลูกด้วยกัน 3 คน จากนั้นตัวเองทำหมัน) การพบรักกับ น้องหญิง ซึ่งอายุห่างกันถึง 20 ปี ทำธุรกิจค่ายมวยด้วยกันมานาน 10 ปี ก่อนจะเกิดปัญหาร้าวฉาน ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง และเลิกกันไปเมื่อต้นปี 2560 จากนั้น น้องหญิง อดีตภรรยา ได้ฟ้องร้องขอแบ่งสินสมรส จนเป็นข่าวโด่งดังพอสมควร รวมทั้งมีข่าว ตำนานยอดมวยไทย มีแฟนสาวคนใหม่ คือ น้องมอส ธิดารา วอไธสง (วัย 27 ปี) มีอายุห่างกันถึง 32 ปี เป็นที่อิจฉาของบรรดาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั่วไป เนื่องจากปัจจุบัน พยัคฆ์มาด นั้นอายุ ถึง 59 ปีแล้วก็ตาม

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *