“บิ๊กป้อม” เซ็นแต่งตั้ง “พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร” นายกสมาคมสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ เป็นประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการขับเคลื่อนกีฬามวยไทยสู่โอลิมปิกเกมส์

“บิ๊กป้อม” ประธานบอร์ดกกท. เซ็นแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการการขับเคลื่อนกีฬามวยไทยสู่โอลิมปิกเกมส์แล้ว หลัง “กีฬามวยไทย” ได้รับการรับรองจาก “โอโอซี” โดยมี “พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร” นายกสมาคมสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ วางเป้าทำให้ “มวยไทย” อยู่ในหลักเกณฑ์ของไอโอซี อย่างต่อเนื่อง โดยนักกีฬา
ต้องไม่ใช้สารต้องห้าม, ป้องกันการทุจริตในการแข่งขัน และการใช้แรงงานเด็ก พร้อมกำหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ได้ยึดถือปฏิบัติ แสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของกีฬามวยไทย หวังชนะใจไอโอซีและชาติเจ้าภาพ ได้รับการบรรจุชิงเหรียญในโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ฝรัางเศส ในอีกเกือบ 3 ปี ข้างหน้านี้


ภายหลังจากที่ประชุมสมัชชาใหญ่ ครั้งที่ 138 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ลงมติโหวตให้การรับรองกีฬามวยไทย และสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ (อิฟมา) เข้าเป็นสมาชิกแบบถาวร ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญที่คนไทยและคนทั่วโลก อาจจะได้ชมการแข่งขันกีฬามวยไทย ที่จะได้รับการบรรจุแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้นั้น

ล่าสุด พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร นายกสมาคมสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ หนึ่งในคีแมนย์คนสำคัญที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดความสำเร็จครั้งนี้ เปิดเผยว่า ส่วนตัวรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งมาก เป็นวันที่น่าภาคภูมิใจของคนไทย และของสมาชิกอิฟมาทั่วโลก เป็นเวลาเกือบ 30 ปีแล้วที่เราได้ร่วมกับรัฐบาล, คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และองค์กรกีฬาต่างๆ ในการปฎิบัติตามครรลองของโอลิมปิก เพื่อให้กีฬามวยไทยเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ทำให้ อิฟมา เป็นเพียงองค์กรเดียวเท่านั้น ที่ ไอโอซี ให้การรับรองด้านกีฬามวยไทย จึงนับว่าเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งที่สำคัญ

สำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์นั้น จะประกอบด้วยกีฬาหลัก 28 ชนิดกีฬา และกีฬาบรรจุใหม่ อีก 5 ชนิดกีฬา ที่ไอโอซีและประเทศเจ้าภาพ จะร่วมกันพิจารณา โดยคัดเลือกจากกีฬาที่ได้การรับรองแบบถาวรจากไอโอซี และเป็นสมาชิกของ ARISF (Association of IOC Recognised International Sport Federations) ซึ่งปัจจุบัน อิฟมา เป็นสมาชิกของ ARISF แล้ว ดังนั้นการรับรองจากการที่ประชุมใหญ่ของไอโอซี เมื่อวันที่ 20 ก.ค. จึงหมายความว่ากีฬามวยไทย มีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการ พร้อมแล้วที่จะให้ไอโอซีและชาติเจ้าภาพ ได้คัดเลือกเข้าไปบรรจุเป็นกีฬาที่ใช้แข่งขันในโอลิมปิกต่อไป

พล.อ.อุดมเดช กล่าวต่อว่า อิฟมา ยังคงต้องมุ่งมั่นปฎิบัติตามกฏเกณฑ์ของไอโอซี อย่างต่อเนื่อง เช่น นักกีฬา
ต้องไม่ใช้สารต้องห้าม, ป้องกันการทุจริตในการแข่งขัน และการใช้แรงงานเด็ก ฯลฯ เป็นต้น และควรกำหนดมาตรฐานมวยไทย One Standard Muaythai (OSM) เพื่อให้ นักกีฬา, ผู้ฝึกสอน, ผู้ตัดสิน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนได้
ยึดถือปฏิบัติ เพื่อแสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของกีฬามวยไทย และควรสร้างชื่อเสียงให้กีฬามวยไทย
เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยการผลักดันให้มีการบรรจุกีฬามวยไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติ ที่
สำคัญต่างๆ ปัจจุบันที่สำเร็จแล้ว เช่น การแข่งขันกีฬายูโรเปี้ยนเกมส์ ที่โปแลนด์ และการแข่งขันกีฬาเวิลด์คอมแบตเกมส์ ที่ซาอุดิอาราเบีย ในปี 2566

“ผมและสมาชิกอิฟมาทุกคนรู้สึกไม่ต่างจากพี่น้องคนไทย ที่อยากเห็นกีฬามวยไทยในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ที่ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2024 และเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ได้ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการการขับเคลื่อนกีฬามวยไทยสู่โอลิมปิก ตามมติของบอร์ด กกท. โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการ และผมเป็นประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการขับเคลื่อนกีฬามวยไทยสู่โอลิมปิกเกมส์ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และบุคลากรที่สำคัญในวงการกีฬามวยไทย ทำให้ผมมีความมั่นใจมากว่า เป้าหมายของพวกเราที่อยากจะเห็นการแข่งขันกีฬามวยไทย ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว และกีฬามวยไทย จะเป็นกีฬาชนิดแรกในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ที่มีชื่อประเทศอยู่ในชื่อกีฬา นำมาซึ่งความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของคนไทยทุกคน ในเร็วๆ นี้แน่นอน” นายกสมาคมสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ กล่าว

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *