เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบต้อนรับ “นาย มัวริซิโอ สุไลมาน” ประธานสภามวยโลก (WBC) ในโอกาสที่เดินทางมายังประเทศไทย ร่วมงาน Amazing Muay Thai Festival 2023 ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่บริเวณอุทยานราชภักดิ์ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) ร่วมพูดคุยปรึกษาหารือในเรื่องสภามวยโลก (WBC) , สภามวยโลก มวยไทย(WBC MuayThai) รวมถึงมวยไทยที่กำลังเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลไทยอยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่ได้พบกับ ประธานสภามวยโลก (WBC) อีกครั้งหนึ่ง และแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 60 ปี ของการก่อตั้ง WBC ในปีนี้ และจะครบรอบ 20 ปีในปี 2567 ของการก่อตั้ง WBC Muay Thai อีกด้วย พร้อมขอบคุณ WBC เเละ WBC mouythai สำหรับการสนับสนุนและเป็นเจ้าภาพร่วมงาน “Amazing MuayThai Festival” ที่มีการแสดงไหว้ครูมวยไทยครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยจำนวน 3,660 คน มากที่สุดในโลก เพื่อบันทึกลงกินเนสส์บุ๊คเวิลด์เรคคอร์ด (Guinness World Records : GWR) ที่จะช่วยส่งเสริมและสร้างประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวอย่างมีความหมายและงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในพัฒนากีฬา โดยเฉพาะกีฬามวย ทั้งมวยสากล และมวยไทย เนื่องจากมวยไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและศิลปะการป้องกันตัวประจำชาติ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการมวยไทยที่มีองค์กรหนึ่งอ้างสิทธิในการควบคุมกีฬามวยไทยแต่เพียงผู้เดียวทั่วโลกและอ้างว่ารัฐบาลไทยให้การสนับสนุน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง มวยไทยเป็นกีฬาประจำชาติไทยและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย และเป็นของคนไทยทุกคน ไม่มีองค์กรใดจะมาอ้างสิทธิเป็นเจ้าของได้ จึงได้สั่งการให้นายก้องศักด แก้ปัญหานี้อย่างเด็ดขาดโดยเร็วที่สุด

ซึ่งมวยไทยเป็น 1 ใน 5 F ที่สำคัญตามนโยบายของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งกำลังได้กระแสความนิยมเป็นอย่างสูง ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกันผลักดันเหมือนกับงานไหว้ครูมวยไทยบันทึกสถิติโลกที่หัวหินที่ผ่านมาซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง

ขณะที่ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่สำนักงานสภามวยแห่งเอเชีย (WBC Asia) พหลโยธินซอย 3 กรุงเทพฯ นาย มัวริซิโอ สุไลมาน พร้อมด้วย “บิ๊กโก” พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ รองประธานสภามวยโลก และ ประธานสภามวยโลก มวยไทย , พ.อ.ธนพล ภักดีภูมิ เลขานุการบริหารสภามวยโลก มวยไทย และ มิสเตอร์ เควิน นูน ชาวไอซ์แลนด์ เลขาธิการสภามวยแห่งเอเซียและสภามวยโลกมวยไทย ได้แถลงข่าวรายละเอียดการเข้าพบนายก และทิศทางในการดำเนินงานของสภามวยโลกในประเทศไทย นโยบายการบริหารงานของสภามวยแห่งเอเชีย และสภามวยโลกมวยไทย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันระหว่างผู้บริหารของสภามวยโลก และบุคคลสำคัญต่างๆ ในแวดวงมวยสากลอาชีพ โดยมีบุคคลสำคัญวงการมวยโลกร่วมงานคับคั่ง อาทิ “เสี่ยฮุย” สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ , “เสี่ยตังค์” ปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ , “เสี่ยเอี้ยง” ทวีสิน เหล่าสุวรรณวัฒน์, รศ.ดร.ธาวุฒิ ปลื้มสำราญ ,ฉัตรชัย สาสะกุล , ศิริมงคล สิงห์วังชา , ปัญญา ประดับศรี , เพชร ซีพีเอฟ ฯลฯ

ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง สุดเซอร์ไพร์สภายในงาน คือ นาย มัวริซิโอ ได้มอบตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์ตลอดกาลของสภามวยโลกให้กับบิ๊กโก ในขณะเดียวกัน แต่งตั้ง พ.อ.ธนพล ภักดีภูมิ ดำรงตำแหน่งประธานสภามวยแห่งเอเชียคนใหม่ แทนบิ๊กโกที่เป็นสมาชิกกิตติศักดิ์ตลอดกาล

“มัวริซิโอ” กล่าวว่า “มัวริซิโอ” กล่าวว่า “ได้เห็นการทำงานของ พ.อ.ธนพล มาหลายปี ซึ่งเป็นคนมีความศักยภาพ ได้ทำงานเคียงคู่บิ๊กโกผู้เป็นบิดามาอย่างยาวนาน เชื่อมั่นว่าสามารถทำงานนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ใช่เพราะเป็นบุตรของประธานคนเก่า จึงได้รับโอกาสนี้ อีกทั้งการทำงานของสภามวยโลกมวยไทยที่ผ่านก็มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ยิ่งเชื่อมั่นว่าจะทำงานได้เป็นอย่างดีเคียงคู่สภามวยโลกไปอีกนานหลายปี”

ส่วนการเข้าพบนายกรัฐมนตรี มัวริซิโอได้กล่าวขอบคุณที่ให้โอกาสตนในโอกาสที่เดินทางมาเมืองไทย ร่วมงานกับกองทัพบก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประจวบคีรีขันธ์ และ หลายๆองค์กร ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือความยิ่งใหญ่ของการไหว้ครูมวยไทย มีการบันทึกสถิติโลก 3,660 คน ในวันมวยไทย 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

“พ.อ.ธนพล” กล่าวว่า “การได้รับตำแหน่งนี้ ตนจะสืบสานเจนนารมณ์ของบิดาต่อไป คือการดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม การให้เกียรติซึ่งกันและกัน มีมาตรฐานความปลอดภัยแก่นักกีฬาสูงสุด รวมทั้งมีความโปร่งใส และมีการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง พร้อมทำงานร่วมกับทุกองค์กร รวมถึงในส่วนของมวยไทย ซึ่งจะต้องผลักดันตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้มวยไทยก้าวไกลระดับโลกอย่างมีมาตรฐานสามารถนำรายได้กลับสู่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *